VPN (Virtual Private Network)

VPN (Virtual Private Network) เป็นเทคโนโลยีที่มาตอบโจทย์องค์กรที่มีสาขาหลายๆสาขา และต้องการเชื่อมให้เครื่องคอมพิวเตอร์ของแต่ละสาขาสามารถติดต่อหากันได้ โดยคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก รวมถึงในเรื่องของการลงทุนจะถือว่าคุ้มค่า และประหยัดกว่าการเช่า internet ที่เป็น leaseline

ทั้งนี้หลักการทำงานคือ เราจะมีอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่เป็น VPN Device ติดตั้งที่ HQ และตามสาขาต่างๆ และจะทำการเชื่อมต่อระหว่าง VPN Device เหล่านั้นเข้าหาซึ่งกันและกัน โดยสร้าง tunnel vpn ขึ้นมาระหว่าง VPN Device เหล่านั้น โดยอุปกรณ์ทั้งหมดจะทำงานอยู่บนเครือข่าย internet โดย internet ที่ใช่้นั้นสามารถใช้แบบ package ธรรมดา เช่น ADSL หรือ FTTX ก็เพียงพอแล้ว ซึ่งจะเห็นได้ว่าไม่จำเป็นต้องลงทุนเช่าเครือข่าย leaseline ที่ราคาสูง และนอกเหนือจากนั้นข้อมูลที่วิ่งภายในท่อ vpn tunnel จะมีความปลอดภัยสูงมากเนื่องจากจะต้องถูกเข้ารหัสทั้งหมด

ซึ่งโดย concept ของการ VPN นั้นสามารถรองรับทั้งแบบ Site-to-Site และ Client-to-site โดยทั้งสองแบบแตกต่างกันคือ

1. การเชื่อมต่อแบบ site-to-site

การเชื่อมต่อแบบ site-to-site เครื่องคอมพิวเตอร์ลูกข่ายที่อยู่ในแต่ละสาขา จะต้องมี network คนละ subnet และ ทั้งหมดจะถูกสร้าง routing ขึ้นมาเพื่อให้สามารถติดต่อซึ่งกันและกันได้เองผ่านโครงข่าย VPN ที่ถูกสร้างขึ้นมา (ไม่จำเป็นต้องติดตั้ง software vpn client หรือตั้งค่าอะไรที่คอมพิวเตอร์ลูกข่าย) ถ้ามองภาพให้เข้าใจง่ายก็จะเสมือนเป็นการสร้างเครือข่าย LAN ระหว่างคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่อง ที่อยู่แต่ละสาขา ให้สามารรถติดต่อหากันได้ โดยข้อมูลทั้งหมดจะวิ่งอยู่บนเครือข่าย internet ที่มีการเข้ารหัสของข้อมูล

2. การเชื่อมต่อแบบ Client-to-site

การเชื่อมต่อแบบ Client-to-site จะมีประโยชน์เวลาที่พนักงานขององค์กร ต้องการเข้ามาใช้งานทรัพยากรข้างในขององค์กรเช่น ต้องการมาใช้งาน file share แต่เขาไม่ได้นั่งทำงานอยู่ภายในองค์กรเช่น อาจจะทำงานอยู่ที่บ้านหรือไปทำงานต่างจังหวัด ต่างประเทศ การนำเทคโนโลยี VPN แบบ Client-to-site มาใช้นั้น ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ลูกข่ายจะต้องสร้าง connnection vpn ขึ้นมาโดยอาจจะผ่าน software vpn หรือ การตั้งค่าบน window โดยใช้รูปแบบการ vpn ลักษณะต่างๆเช่น PPTP , L2TP หรือ Openvpn หลังจากนั้นหากต้องการเข้ามาใช้งานทรัพยากรภายในองค์กร ให้ทำการเชื่อมต่อเข้ามาโดยผ่าน internet หรือบางทีอาจจะผ่าน 4G ที่มือถือก็ได้ และเมื่อเชื่อมต่อสำเร็จจะเสมือนกับว่า พนักงานคนนั้นมานั่งทำงานอยู่ภายในองค์กรเลย และข้อมูลที่วิ่งภายในท่อ vpn ก็จะมีการเข้ารหัสด้วยเช่นกัน

BEENET ENGINEERING บริการให้ปรึกษา แก้ไข ออกแบบ ติดตั้งระบบ VPN (Virtual Private Network) เชื่อมต่อสาขา ทั้งองค์กรขนาดเล็ก ขนาดใหญ่

รับวางระบบ และ config VPN ในแบบต่างๆ เช่น

  • Site-to-Site VPN (Site-to-Site VPN)
  • PPTP VPN (Point-to-Point Tunneling Protocol)
  • IPsec (Internet Protocol Security)
  • L2TP VPN (Layer to Tunneling Protocol )
  • SSL/TLS (Secure Sockets Layer/Transport Layer Security )
  • MPLS VPN (Multi-Protocol Label Switching )
  • Hybrid VPN

ประโยชน์จากการติดตั้ง VPN

ประหยัดค่าใช้จ่าย

ลดค่าใช้จ่ายในการรับส่งข้อมูลระหว่างสาขา เชื่อมต่อสองเครือข่ายเข้าด้วยกันโดยไม่ต้องเสียค่าเช่า lease line ที่มีค่าใช้จ่ายต่อเดือนสูง

ข้อมูลปลอดภัย

ปลอดภัยจากการถูกบุกรุกข้อมูล มี Gateway เฉพาะในการส่งข้อมูล มีการเข้ารหัสข้อมูลและบีบอัดข้อมูลก่อนส่ง แล้วฝั่งผู้รับจึงทำการถอดรหัสข้อมูล ดังนั้นจึงไม่สามารถดักจับข้อมูลระหว่างทางได้ รวมถึงมีการพิสูจน์บุคคล หรือการจำกัดสิทธิ์ในการเชื่อมต่อ

แชร์ทรัพยากร

สำนักงานสาขาสามารถเรียกใช้ Application หรือโปรแกรมต่างๆ จากเครื่องเซิฟเวอร์ที่สำนักงานใหญ่ได้ รวมถึงการ Share Driver หรือ Share Printer ข้ามสาขา

ตอบสนองได้รวดเร็วในการทำธุรกิจ

อยู่ที่ไหนก็ทำงานได้ ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหาร หรือฝ่ายขาย ที่ออกไปทำงานนอกสถานที่ สามารถเข้าถึงข้อมูลภายในองค์กรไ้ด้จากทุกที่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ต ทำให้เกิดความคล่องตัวในการทำงาน

รองรับการขยายตัวในอนาคต

ง่ายต่อการเปลี่ยนแปลง สะดวกต่อการขยายและวางแผนการขยายเครือข่ายในอนาคต

ทำไมต้องเลือกใช้บริการจากเรา

บีเน็ตเอ็นจิเนียริ่ง

BEENET ENGINEERING มีประสบการณ์การติดตั้งระบบ VPN ให้กับบริษัทชั้นนำต่างๆมาแล้วมากมาย สามารถออกแบบระบบให้เข้ากับองค์กรและงบประมาณ ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เรามีบริการ Remote เพื่อติดตั้ง และ config ระบบ VPN ทั่วประเทศ